เมนูหลัก(ข่าวสาร)
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 เผยแพร่เรื่องหรือบทความ
 เรื่องทั้งหมด
 เรื่องทั้งหมดสำหรับการพิมพ์
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานข่าว
 
 สารบัญเว็บ
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 บทความ :
 สาระที่น่าสนใจ
 รวมบทเสวนาวาทะ
 วารสารสมาชิก 
 บริการอื่นๆ :
 ลงโฆษณา
 อัลบั้มภาพศิษย์เก่า
 ทำเนียบรุ่น DIY
 เปิดท้ายขายของ
 SuanTube

 เมนูทั่วไป :
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
11:55:28
วัน : 04-07-2009
GMT : +0700

 ค้นหา :
 ค้นหาภายในเว็บ :


 ค้นหาภายนอกเว็บ :




มีผู้เข้าเยี่ยมชม

คน ตั้งแต่ May 2006
แบบสำรวจ
ท่านศิษย์เก่าฯ ขณะนี้ท่านประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง

ทหาร-ตำรวจ
ข้าราชการพลเรือน
ข้าราชการตุลาการ
นักการเมือง
นักธุรกิจ/นักลงทุน
อาชีพอิสระ
การค้า - อุตสาหกรรม
ธุรกิจบริการ
วงการบันเทิง
ครู - อาจารย์



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้แสดงความเห็น: 116
คำแนะนำ: 0
บริจาคบำรุงเวปไซท์

คลิกที่นี่เพื่อบริจาค
สำหรับท่านที่มีบัญชี "PaySbuy"

Advertise


ผู้สนับสนุน


ค้นหาโดย Google
Google
แลกลิงค์



เวปแนะนำ

สินค้าแบรนด์เนมราคาถูก

การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน


บริษัทในเครือทรู

อานัสแฟนคลับ





*~Fasion Intrend~*

เว็ปไซด์ตรวจสุขภาพ ความงาม ขายเครื่องมือแพทย์ ราคาโปรโมชั่น
ตรวจสุขภาพ ความงาม



.:Link to Us:.

:::: ศูนย์รวมศิษย์เก่าสาธิต สวนสุนันทา ทุกรุ่น ::::
ศิษย์เก่าสาธิตสวนสุนันทา

ลิ้งค์น่าสนใจ

    
   

94.0 Bangkok Radio
91.5 Hotwave
92.5 กรมประชาสัมพันธ์
93.0 DNA
93.5 Radio Vote Satellite
95.0 ลูกทุ่งเอฟเอ็ม
98.0 Cool FM
99.0 Sport FM
100.5 MCOT
101 News
101.5 วิทยุจุฬา
102.5 GET
103.5 ModernLove
104.5 FAT Radio
106.5 Green Wave
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
ไทยโพสต์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
เส้นทางเศรษฐกิจ
Bangkok Post
แนวหน้า
สยามรัฐ
กรุงเทพธุรกิจ
เนชั่นแชนแนล
สยามธุรกิจ
กระแสหุ้น
เสรีรายวัน
บ้านเมือง
เทเลคอม เจอร์นัล
Mission Thailand
BusinessThai
เนชั่นสุดสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
มติชนสุดสัปดาห์
ตารางรายการ UBC
จองตั๋วหนัง Major
เครือ EGV
อันดับหนังทำเงิน boxoffice
อันดับเพลงฮิต Hotwave
88 Global Chart
RVS Chart
หมายเลขโทรศัพท์ ฉุกเฉิน
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์(ใหม่)
พยากรณ์อากาศ
exchange ธ.กสิกรไทย
exchange ธ.ไทยพาณิชย์
รายงานราคาทองคำ
ข่าวจราจร สวพ.91
ค้นหารหัสไปรษณีย์
เช็คหนี้ค้างโทรศัพท์ (TA)
ยอดค้างชำระ WP1800
ABAC-KSC Poll
สวนดุสิต โพล
ทรงพระเจริญ


ขอต้อนรับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ สาธิตสวนสุนันทา ทุกรุ่นสู่เวปไซท์ของศิษย์เก่า

นานมาแล้ว หลายฝนผ่านไป เวปไซท์ที่ทุกคนพูดถึงและอยากให้มี เพื่อจะได้เป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารกัน เป็นชุมชนคุณภาพ เพื่อเป็นที่ชุมนุมของเหล่าลูกพระนาง ฝ่ายโรงเรียนสาธิต ไม่ว่าจะเป็นประถม หรือมัธยม พวกเราก็ต่างระลึกถึงวันเก่าๆ สมัยเด็กตัวเล็ก เล่นวิ่งเปรี้ยวกันอยู่หน้าตึก เมื่อเสียงกระดิ่งดังขี้นเราก็พร้อมกันยืนตากแดดเพื่อเข้าแถวเคารพธงชาติกัน

ไอ้อุ๋ม มันชอบเอามือไปตบหัวไอ้เอกข้างหลัง เวลาเข้าแถว ตบเสร็จมันก็ทำหน้าไม่รู้เรื่อง ไอ้เอกมันก็คิดว่าไอ้จีที่ยืนข้างตบหัวมัน ไอ้เอกเลยตบหัวไอ้จีคืน ไอ้จีก็โกรธ ตบหัวไอ้เอกคืนอีกที ทีนี้เลยวางมวยกัน อาจารย์เลยเรียกไปยืนหน้าเสาธงทำโทษซ้า ... ไอ้อุ๋ม นะ ไอ้อุ๋ม แค้นนี้ต้องชำระ

ตึกมัธยมสาธิต
ภาพเหล่านี้ยังอยู่ในความจำของพวกเราไม่มีวันลืมเลือนไปได้ ความประทับใจ ความรัก ความสุขที่ได้รับในวัยเกเร เรายังจำกันได้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ยังคงมีภาพเหล่านี้ หลงเหลืออยู่ในความคิด เข้ามาช่วยกัน ระลึกถึงวันเหล่านั้นด้วยกัน ... ที่นี่ ด้วยการเล่าเรื่องแล้วส่งเข้ามา
วิธีการคือ "ที่เมนูหลัก ด้านซ้ายบนสุด คลิกที่ "เผยแพร่เรื่องหรือบทความ" แล้วเขียนข้อความส่งมา เมื่อได้รับการตรวจสอบแล้วก็จะนำลงให้ทันที
มาแชร์วันเวลาแห่งความสุขด้วยกัน ที่ชุมชน "ศิษย์เก่าสาธิตสวนสุนันทา" แห่งนี้

อันนี้สำคัญ มั่กมั่ก เวปไซท์นี้จะเปิดบริการต่อไปได้นอกจากจำนผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว การสนับสนุนด้วยการบริจาค หรือจะสนับสนุนด้วยการ คลิกแบนเนอร์ อันใหนก็ได้ จะกี่ครั้งก็ได้ เท่านี้ก็เป็น้การสนับสนุนเวปไซท์นี้ให้สามารถเปิดบริการได้ต่อไป ยิ่งคลิกเยอะ การสนับสนุนก็จะมาเยอะ คลิกทุกวันก็เท่ากับสนับสนุนกันทุกวัน หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ลงโฆษณากับเวปไซท์ ก็สามารถติดต่อมาได้ที่ satidhsuan@gmail.com ได้เช่นกัน

ขอขอบพระคุณทุกคลิก ที่เพื่อนๆ มอบให้


สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา กุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

ขอบคุณ www.riss.ac.th สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือ สมเด็จพระนางเรือล่ม (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2403 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 ) มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์” ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพแต่สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2403 เป็นพระเจ้าลูกเธอชั้นเล็ก ลำดับที่ 50 ในจำนวนทั้งหมด 82 พระองค์ โดยรับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นพระภรรยาเจ้าใน ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระขนิษฐาอีก 2 พระองค์ ได้แก่ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) และ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง)

พระนางเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จทิวงคตด้วยอุบัติเหตุเรือพระประเทียบล่ม ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยสมเด็จพระ เจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ พระราชธิดา และเจ้าฟ้าในพระครรภ์ ระหว่างการตามเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปพระราชวังบางปะอิน ภายหลัง ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระอัครมเหสีพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระราชประวัติสมเต็จพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์

สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 50 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และลำดับที่ 3 ซึ่งประสูติแต่สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา ทรงพระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันเสาร์ เดือน12 แรม 12 ค่ำ ปีวอก เวลา 5 โมงเช้า 40 นาที ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2403 โดยได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระราชบิดาว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งคำว่า “สุนันทา” นั้น เป็นนามของพระมเหสี 1 ใน 4 พระองค์ของพระอินทร์ นอกจากนี้ ยังได้รับพระราชทานพรเป็นภาษามคธ ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงพระนิพนธ์แปลเป็นภาษาไทยไว้ว่า “พระองค์เจ้าองค์นี้ ทรงนามว่า “สุนันทากุมารีรัตน์” อย่างนี้ดังนี้ จงอย่ามีโรค จงมีความสุข ปราศจากความทุกข์และความวุ่นวายเถิด พระองค์เจ้าหญิงนั้นจงมั่งคั่งด้วยทรัพย์มาก มีโภคมาก มียศและบริวารไม่แปรผัน ขอพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กับทั้งอารักขเทวดา จงช่วยอภิบาลรักษา พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารี รัตน์นั้นให้พ้นภัยจากอันตรายเป็นนิตย์ ขอความสัมฤทธิ์จงมีแก่พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เทอญ”

พระองค์ทรงมีพระเชษฐาและพระขนิษฐาร่วมพระมารดาทั้งสิ้น 6 พระองค์ ได้แก่

  1. พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย
  2. พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์
  3. พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
  4. พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา
  5. พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี และ
  6. พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ
ภายหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษาเพียง 8 ปี จึงเปลี่ยนพระฐานันดรศักดิ์จาก “พระเจ้าลูกเธอ” เป็น พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และเมื่อพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ได้ถวายตัวรับราชการเป็นภรรยาเจ้าเมื่อพระชนมายุ ประมาณ 15 – 16 พรรษา จึงดำรงพระอิสริยยศเป็น พระนางเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงเป็นคนแข็ง แกร่งกล้า เด็ดขาดในบางเรื่อง แต่ด้วยพระสิริโฉม รวมทั้งพระอัธยาศัยที่สุภาพ เรียบร้อย และสงบเสงี่ยม ทำให้ พระองค์เป็นที่นับถือในพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพาร และทรงเป็นที่สนิทเสน่หาในพระราชสวามียิ่งนัก

ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2421 พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ประสูติพระราชธิดาพระองค์แรกของพระองค์ โดยเป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 21 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้มีพระตำหนิเด่นชัด คือ มีติ่งที่พระกรรณข้างขวามาแต่กำเนิด จึงพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ โสภางคทัศนียลักษณ์ อัครวรราชกุมารีรัตน์


การเสด็จทิวงคต

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้แต่งเรือพระที่นั่งเพื่อเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอินพร้อมพระมเหสีทุกพระองค์ เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม และข้าราชบริพาร โดยก่อนวันตามเสด็จพระราชดำเนินนั้น พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงพระสุบินว่า พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ พระราชดำเนินข้ามสะพานแห่งหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์พลัดตกน้ำลงไป พระองค์สามารถคว้าพระหัตถ์เอาไว้ได้ แต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ก็ลื่นหลุดพระหัตถ์ไป พระองค์ทรงคว้าพระหัตถ์พระเจ้าลูกเธอจนตกน้ำลงไปด้วย ถึงแม้ว่าพระองค์จะหวั่นพระทัย แต่ก็มิได้ทรงกราบบังคมทูลให้พระราชสวามีทรงทราบ และได้ตามเสด็จฯ ประพาสพระราชวังบางปะอินตามพระราชประสงค์

ในวันเสด็จฯ นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เคลื่อนขบวนเรือต่าง ๆ ออกไปก่อนในเวลาประมาณ 2 โมงเช้า โดยพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ประทับบนเรือเก๋งกุดันโดยมีเรือปานมารุตซึ่งเป็นเรือกลไฟจูงเรือพระประเทียบ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสร็จพระราชกิจแล้วจึงได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่งโสภาณภควดีตามไป เมื่อขบวนเรือพระที่นั่งไปถึงบางตลาดนั้น จมื่นทิพเสนากับปลัดวังซ้ายลงมากราบทูลว่า “เรือพระที่นั่งพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเรือปานมารุตจูงไปนั้นล่มที่บางพูด สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์สิ้นพระชนม์”

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าจึงได้ทรงไล่เลียงกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช พระยามหามนตรี และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยพระยามหามนตรีทูลว่า “เรือราชสีห์ซึ่งจูงเรือพระองค์เจ้าสุขุมาลมารศรีนั้นนำหน้าไปทางฝั่งตะวันออก โดยมีเรือโสรวารซึ่งพระยามหามนตรีไปจูงเรือพระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรีตามไปเป็นที่สองในแนวเดียวกัน ส่วนเรือยอร์ชสมเด็จกรมหลวงวรศักดาซึ่งจูงเรือกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูรไปทางฝั่งตะวันตกแล่นตรงกันกับเรือราชสีห์ หลังจากนั้น เรือปานมารุตแล่นสวนขึ้นมาช่องกลางห่างเรือโสรวารประมาณ 10 ศอก พอเรือปานมารุตแล่นขึ้นไปใกล้ เรือราชสีห์ก็เบนหัวออก เรือพระประเทียบเสียท้ายปัดไปทางตะวันออก ศีรษะเรือไปโดนข้างเรือโสรวารน้ำเป็นละลอกปะทะกัน กดศีรษะเรือพระประเทียบจมคว่ำลง”

อย่างไรก็ตาม กรมหมื่นอดิศรกล่าวว่า “เป็นเพราะเรือโสรวารหนีตื้นออกมา จึงเป็นเหตุให้เรือปานมารุตแล่นห่างกว่า 10 ศอก” ซึ่งกรมหมื่นอดิศรและพระยามหามนตรีต่างซัดทอดกันไปมา โดยในขณะที่เรือล่มนั้นพระยามหามนตรีก็ได้ออกคำสั่งห้ามผู้ใดลงไปช่วยเหลือด้วยเป็นการขัดต่อกฎมณเฑียรบาลที่ห้ามให้ผู้ใดแตะต้องพระวรกายของพระมเหสี มิฉะนั้นจะถูกประหารทั้งตระกูล หลังจากนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายขึ้นไปไล่เลียงคนอื่น ๆ ดู แล้วจึงได้ความว่า พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ก็สิ้นพระชนม์พร้อมด้วยพระราชบุตรในพระครรภ์พระชนม์ 5 เดือนเต็ม ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าทรงเสียพระทัยยิ่งนัก และเนื่องจากเหตุการณ์นี้ทำให้มหาชนถวายพระนามพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ว่า “สมเด็จพระนางเรือล่ม”

พระศพของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ ตั้งบำเพ็ญพระราชกุศลที่หอธรรมสังเวช ภายในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่เสด็จทิวงคต และได้มีการจัดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพทั้ง 2 พระองค์ขึ้น ณ กลางทุ่งพระเมรุ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2424 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระราชทานเพลิงพระศพ ในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2424


งานออกพระเมรุพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

การออกพระนาม

การทิวงคตของพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์นั้นทำให้เกิดปัญหาในการออกพระนามในประกาศทางราชการ เนื่องจากยังไม่มีการสถาปนาฐานันดรศักดิ์แห่งพระมเหสีแต่ประการใด ดังนั้น จึงมีการออกพระนามเป็นลำดับ ได้แก่

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2423 นั้น กรมหมื่นนเรศรเข้าไปเฝ้ากราบบังคมทูลด้วยพระนามพระองค์เจ้าสุนันทา ว่า สมเด็จกรมพระจะทรงออกตราเกณฑ์ไม้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ “สมเด็จพระนางเจ้า อย่างสมเด็จพระนางโสมนัส” ดังนั้น ดังนั้น จึงออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2423 มีรับสั่งให้กรมหมื่นนเรศรไปทูลสมเด็จกรมพระว่า พระนามนั้นให้ใช้แต่ “สมเด็จพระนางเธอ” เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้านั้นไว้ใช้สำหรับการแปลเป็นคำอังกฤษว่า ควีน ดังนั้น จึงออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเธอสุนันทากุมารีรัตน์ และใช้ภาษาอังกฤษว่า Princess ส่วนสมเด็จพระนางเจ้านั้นให้ใช้กับคำว่า Queen ในภาษาอังกฤษ โดยให้ใช้เป็นสมเด็จพระนางเจ้าตามด้วยชื่อ และต่อท้ายด้วยพระราชเทวี

ต่อมาในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2423 ให้เปลี่ยนพระนามเป็นจาก “สมเด็จพระนางเธอ” เป็น สมเด็จพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์ หลังจากนั้น พระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี

การทิวงคตของพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์นั้นทำให้เกิดปัญหาในการออกพระนามในประกาศทางราชการ เนื่องจากยังไม่มีการสถาปนาฐานันดรศักดิ์แห่งพระมเหสีแต่ประการใด ดังนั้น จึงมีการออกพระนามเป็นลำดับ ได้แก่

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2423 นั้น กรมหมื่นนเรศรเข้าไปเฝ้ากราบบังคมทูลด้วยพระนามพระองค์เจ้าสุนันทา ว่า สมเด็จกรมพระจะทรงออกตราเกณฑ์ไม้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ “สมเด็จพระนางเจ้า อย่างสมเด็จพระนางโสมนัส” ดังนั้น ดังนั้น จึงออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2423 มีรับสั่งให้กรมหมื่นนเรศรไปทูลสมเด็จกรมพระว่า พระนามนั้นให้ใช้แต่ “สมเด็จพระนางเธอ” เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้านั้นไว้ใช้สำหรับการแปลเป็นคำอังกฤษว่า ควีน ดังนั้น จึงออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเธอสุนันทากุมารีรัตน์ และใช้ภาษาอังกฤษว่า Princess ส่วนสมเด็จพระนางเจ้านั้นให้ใช้กับคำว่า Queen ในภาษาอังกฤษ โดยให้ใช้เป็นสมเด็จพระนางเจ้าตามด้วยชื่อ และต่อท้ายด้วยพระราชเทวี

ต่อมาในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2423 ให้เปลี่ยนพระนามเป็นจาก “สมเด็จพระนางเธอ” เป็น สมเด็จพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์ หลังจากนั้น พระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี


อนุสรณ์สถาน

หลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีเสด็จทิวงคตแล้วนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้สร้างอนุสรณ์สถานขึ้นหลายแห่งเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ โดยแต่ละแห่งนั้น เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เคยตามเสด็จฯ และทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ ได้แก่

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
ณ. พระราชวังบางปะอิน


อาคารสุนันทาลัย (Royal Seminary)


อาคารสุนันทาลัย ในอดีต
  1. อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ณ น้ำตกพริ้ว จังหวัดจันทบุรี ภายในบรรจุพระสรีรางคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ไว้ด้วย มีลักษณะเป็นรูปทรงพีระมิดพร้อมคำจารึก โดยเหตุที่สร้างสถูปเป็นรูปทรงนี้ก็มาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 ที่ว่า " ทำเป็นรูปอื่นอาจไม่คงทนถาวร เพราะตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร อันไม่มีผู้ดูแล ฉะนั้น เมื่อปิรามิดของอียิปต์ยืนยงคงทนอยู่ได้ฉันใด ปิรามิดน้อยนี้ก็จะยืนยงคงทนอยู่เช่นกัน ณ ท่ามกลางป่าเขาและเสียงไหลรินของธารพลิ้ว "
  2. อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ณ สวนสราญรมย์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2426 ตัวอนุสาวรีย์ทำด้วยหินอ่อนสีขาวมียอดเป็นปรางค์ภายในบรรจุพระสรีรางคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ไว้ด้วย และมีคำจารึกแสดงความทุกข์โทมนัสของรัชกาลที่ 5บนแผ่นหินอ่อน
  3. อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ณ พระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้ขึ้น มีลักษณะเป็นฐานรูปทรงสี่เหลี่ยมและยอดหกเหลี่ยมทรงสูง สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พร้อมทั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จทิวงคตครบรอบ 3 ปี
  4. ตึกสุนันทาลัย (Royal Seminary) ในโรงเรียนราชินี
    เป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้น ทาสีขาว ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ด้านหน้ามีมุขเป็นรูปมงกุฎยื่นออกมา ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ส่วนยอดประดับด้วยปูนปั้นเป็นรูปตราแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 มีประตูใหญ่ ออกมาสู่มุขที่เป็นเฉลียงรูปโค้ง ซุ้มประตูทำเป็นรูป โค้งรองรับด้วยเสาโครินเธียน ประดับด้วยตุ๊กตาปั้นตั้งอยู่ในช่อง ส่วนยอดอาคารมีหลังคาโดม ซึ่งต่อมาสูญหายไป สันนิษฐานว่าถูกรื้อไประหว่างการบูรณะอาคาร
    ผังตึกสุนันทาลัยเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยด้านหน้าหันออกสู่แม่น้ำ ส่วนด้านหลังหันออกสู่ถนนมหาราช มีมุขยื่นออกมา จึงดูคล้ายรูปกากบาท ทางขึ้นชั้นบนอยู่ภายนอกอาคาร อยู่ตรงกับทางเดินด้านหน้า โครงสร้างเป็นกำแพงรับน้ำหนัก หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องไม่มีกันสาด มีทางเดินโดยรอบทำหน้าที่เป็นกันสาด ในตัวทางเดินด้านหน้ามีผนังเจาะโค้งรูปครึ่งวงกลม มีช่องแสงรูปครึ่งวงกลมเหนือประตูภายใน ประดับด้วยกระจกสีลวดลายงดงาม
    ตึกสุนันทาลัย เป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์สถาน แสดงความอาลัยรักถึงพระมเหสี สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ซึ่งเสด็จสวรรคตด้วยอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งล่ม เมื่อ พ.ศ. 2423 ต่อมาได้พระราชทานให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนสตรีสุนันทาลัย เป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกในประเทศไทย เป็นที่ตั้งของโรงเรียนสวนกุหลาบอังกฤษสุนันทาลัย และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนราชินีในเวลาต่อมา
    ตึกสุนันทาลัย ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม ประจำปี พ.ศ. 2525
    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เกิดเหตุเพลงไหม้ชั้นบนของตึกสุนันทาลัย โครงหลังคาและฝ้าเพดานชั้นสองซึ่งเป็นไม้เสียหายทั้งหมด เนื่องจากความสะเพร่าของผู้รับเหมาซ่อมแซมอาคาร ราชินีมูลนิธิ ซึ่งเป็นผู้ดูแลอาคาร ได้มีมติที่จะบูรณะตึกสุนันทาลัยให้มีลักษณะใกล้เคียงกับอาคารเดิมตั้งแต่แรกสร้าง โดยการเสริมความแข็งแรงของอาคารเดิม และก่อสร้างหลังคาโดม และดวงโคมบนยอดตึก ตามแบบดั้งเดิม

ดอกแก้วเจ้าจอม

ขอบคุณ www.riss.ac.th

ดอกแก้วเจ้าจอม ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำสถาบัน คือ ดอกแก้วเจ้าจอม ต้นแก้วเจ้าจอมเป็นไม้ดอก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำมาปลูกในบริเวณสวนสุนันทา ได้พันธุ์มาเมื่อคราวเสด็จประพาสประเทศชวา (อินโดนีเซีย) ลักษณะดอกเหมือนดอกแก้ว แต่กลีบดอกเป็นสี ม่วงน้ำเงิน เกสรสีเหลือง ใบเหมือนใบแก้ว แต่กลมและป้อมกว่า

ต้นแรกปลูกไว้บนเนินดิน หน้าอาคาร 1 ในปัจจุบัน ขนาดต้นสูง ประมาณ 15 เมตร

อาคารสายสุทธานพดล หรือตึก 27

อาคารสายสุทธานพดล หรือตึก 27 ซึ้งเป็นอาคารที่งดงาม ทรงคุณค่า ทางสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ เดิมเป็นที่ประทับ ของ สมเด็จ พระวิมาดาเธอกรม พระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราช ปดิวรัดา พระอัครชายา ในรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงทำให้ สวนสุนันทา เป็นศูนย์รวม ของราชสำนักฝ่ายใน ยุคสุดท้าย เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ประเพณีไทย และเป็นสถาบันการศึกษา อันมีชื่อเป็นที่เลื่องลือ เป็น สถานที่เก็บรวบรวม และ แสดงงานศิลปะ แล ะวัฒนธรรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงทำพิธีเปิด ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2533


บริการใหม่ SuanTube


บริการวิดีโอคลิปบนเวปไซท์ สมาชิกสามารถส่งวิดีโอของท่านเข้ามาเพื่อร่วมแสดงบนเว็ปนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเวปที่ถ่ายทำเอง หรือพบเห็นที่ใหนแล้วน่าสนใจอยากเผยแพร่ ก็สามารถส่งมาให้ดูกันได้

*** บริการนี้จัดสำหรับสมาชิกเท่านั้น ***


ร้านค้าสำหรับสมาชิก


มีอะไรใหม่


 กระทู้ล่าสุด


ค้นหา | คำถามถามบ่อย

 เรื่องมาใหม่


เผยแพร่เรื่องหรือบทความ




บรรดาเครื่องหมายการค้า เป็นของเจ้าผลิตภัณฑ์ บทความข้อเขียนเป็นของผู้ประพันธ์นอกนั้นเป็นของเวปไซท์นี้
ข้อเขียนและบทความที่มีผู้ส่งเข้ามา ล้วนเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ทางเวปไซท์ไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป
Copyright © 2005 by Satidh Suan Alumni Website
การสร้างหน้าเอกสาร: 18.7 วินาที